• อาทิตย์. ก.ค. 3rd, 2022

เว็บดูหนังผ่านมือถือ tablet คอมที่ดูฟรี พร้อมแนะนำหนังใหม่

แนะนำแหล่งดูหนังใหม่ “เว็บดูหนังออนไลน์” แบบถูกลิขสิทธิ์ จ่ายรายเดือนไม่แพง แถมฝ. … ในยุคที่ทุกๆอย่างนั้นเป็นอิเล็กทรอนิกส์ การเติบโตของเทคโนโลยีมีมากเพิ่มขึ้น … ผ่านออนไลน์ด้วย Smart Phone, Smart TV เว็บดูหนังผ่านมือถือ Tablet

Clubhouse คืออะไร ทำไมถูกแบนในจีน

ByPenny Carroll

ก.พ. 20, 2021

“ค่ายปรับทัศนคติ” ที่เขตซินเจียงของจีนมีจริงหรือไม่ ไต้หวันควรได้รับเอกราชจากจีนหรือเปล่า หัวข้อสนทนาเหล่านี้กำลังเป็นเรื่องที่มีการถกเถียงผ่านแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดียชื่อ คลับเฮาส์ (Clubhouse) ที่คนใช้เสียงคุยกันอย่างเดียว และกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในขณะนี้

จึงไม่น่าแปลกใจที่ปัจจุบันคนภายในจีนไม่สามารถที่จะใช้แอปพลิเคชันนี้ได้แล้ว
แอปพลิเคชันนี้เป็นยังไง
คลับเฮาส์เป็นแอปพลิเคชันที่ยังคงใช้ได้เฉพาะในหมู่คนใช้โทรศัทพ์มือถือไอโฟนเพียงแค่นั้น รวมทั้งจะต้องได้รับ “คำชักชวน” จากผู้ที่ใช้แอปฯ อยู่แล้วเท่านั้นถึงจะเข้าไปใช้เพื่อพูดคุยกันทางเสียงเพียงแค่นั้น ลักษณะคล้ายๆกึ่งวิทยุสำหรับติดต่อสื่อสาร กึ่งห้องที่ใช้สำหรับการประชุมออนไลน์ ดังคุณกำลังฟังพอดติดอยู่สต์แบบใหม่ๆแต่ก็สามารถเข้าไปพูดคุยได้ด้วย
ข้อมูลที่ได้มาจากบริษัทวิเคราะด้านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือเซ็นเซอร์ทาวเวอร์ (Sensor Tower) นับถึงวันที่ 31 มกราคม พบว่ามีการดาวน์โหลดแอปฯ นี้ไปแล้ว 2.3 ล้านครั้งด้วยกัน ภายหลังเปิดตัวเมื่อ เดือนพฤษภาคม ที่แล้ว โดยในตอนนั้นค่าของโครงข่ายโซเชียลเน็ตเวิร์คนี้อยู่ที่แทบ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่มีแถลงการณ์ว่าเมื่อเร็วๆนี้ ขยับขึ้นไปแตะต้องพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แล้ว
ในเชิงเทคนิคแล้ว แอปฯ นี้มีมาตรการรักษาความเป็นส่วนตัวในระดับหนึ่ง เนื่องจากว่าไม่มีวันเลือกให้คนอัดเสียงบทพูดเอาไว้ได้ แต่ก็มีในกรณีที่มีคนแอบอัดเสียงพูดคุยของคนมีชื่อเสียง แล้วเอาไปอัปโหลดลงยูทิวบ์ในวันหลัง
ปัจจุบันนี้คนดังในสหรัฐฯ เริ่มหันมาใช้แอปฯ นี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆเป็นต้นว่า โอปราห์ วินฟรีย์ เดรก รวมทั้งจาเรด เลโต จากที่เคยใช้กันในกลุ่มผู้ชำนาญทางเทคโนโลยีรวมทั้งนักลงทุน ในแถบซิลิคอนแวลลีย์ของสหรัฐฯ เพียงแค่นั้น จวบจนกระทั่งยอดดาวน์โหลดพุ่งเป็นเท่าตัวข้างหลังอีลอน มัสก์ รวมทั้งมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก เริ่มใช้แพลตฟอร์มนี้ด้วย
ช่องโหว่


ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาคนภายในจีนสามารถใช้แอปฯ นี้ได้จนถึงเมื่อต้นอาทิตย์ที่แล้ว โดยในระหว่างช่วงสั้นๆนั้น คนได้ฉวยโอกาสใช้ “ช่องโหว่” นี้ พูดคุยกันถึง “เรื่องต้องห้าม” ไม่ว่าจะเกิดเรื่องชาวอุยกูร์ในซินเจียง การทำลายล้างผู้ประท้วงฮ่องกง หรือความเกี่ยวข้องระหว่างไต้หวันกับจีน
“นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเข้าอินเทอร์เน็ตจริงๆ” หญิงจากจีนแผ่นดินใหญ่คนหนึ่งแถลงการณ์ในห้องสนทนาหนึ่ง
สถานีวิทยุกระจายเสียงบีบีซีได้โอกาสได้เข้าไปฟังบทพูดเหล่านี้ด้วย อย่างในห้องสนทนาที่ชื่อ “Everyone asks Everyone” เมื่อสุดสัปดาห์ก่อน คนจากอีกทั้งจีนรวมทั้งไต้หวันร่วมพูดคุยกันด้วยภาษาจีนกลาง ไม่ว่าจะเกิดเรื่องประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากประชาธิปไตยในประเทศที่คนพูดภาษาจีน ความน่าจะเป็นไปได้ที่จีนจะมาเพิ่มเติมไต้หวันเข้าเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของประเทศอย่างเป็นทางการ ไปจนถึงเรื่องส่วนบุคคล
ท่ามกลางความเคร่งเครียดระหว่างจีนกับไต้หวันรวมทั้งฮ่องกง นี่ไม่ใช่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อย เพราะจีนใช้เทคโนโลยีที่สลับซับซ้อนสำหรับในการคัดกรองรวมทั้งตรวจตราข้อมูลการใช้งานอินเทอร์เน็ตของประชากร ซึ่งนักวิพากษ์วิจารณ์เรียกเครื่องมือเหล่านี้แบบเสียดสีว่า “กำแพงไฟร์วอลล์เมืองจีน” (great firewall)
ปัจจุบันนี้ ถ้าหากผู้ที่วิจารณ์รัฐบนแพลตฟอร์มที่ยังคงใช้ได้ในประเทศอย่างเว็บ เว่ยป๋อ (Weibo) รวมทั้งแอปพลิเคชันวีแชต (WeChat) ก็บางทีอาจถูกทางการจัดการได้ แต่ในช่วงสั้นๆที่คนภายในจีนสามารถใช้คลับเฮาส์ได้ ไม่มีการเซ็นเซอร์รายละเอียดการเสวนาแต่อย่างใด ทำให้คนก็รู้สึกไม่มีอันตรายในระดับหนึ่งเนื่องจากว่าไม่มีวันเลือกให้คนอัดเสียงบทพูดเอาไว้ จนถึงจุดหนึ่งมีคนร่วมในห้องสนทนาดังที่กล่าวมาแล้วพร้อมกันถึง 5 พันคน
“ว่ากันตรงๆมันก็มีการโฆษณาชวนเชื่อกันทั้งสองฝ่ายนั่นแหละ เพราะเหตุไรเราไม่พากเพียรมาเข้าใจกันและกันให้เยอะขึ้น เห็นอกเห็นใจกัน รวมทั้งให้การช่วยเหลือกัน” หญิงจากไต้หวันคนหนึ่งกล่าว
เมื่อวันเสาร์ที่แล้ว มีห้องสนทนาชื่อ “มีค่ายกักกันที่ซินเจียงหรือเปล่า” (Is there a concentration camp in Xinjiang?) ที่คนเข้าไปโต้แย้งกันนานถึง 12 ชั่วโมง ฟรานซิส (นามสมมติ) ซึ่งเป็นผู้สร้างกรุ๊ปบอกกับสถานีวิทยุกระจายเสียงบีบีซีว่า กลุ่มนี้ไม่ได้มีเพื่อเสนอคำถามว่าค่ายกักขังมีใช่หรือไม่ แต่เพื่อให้คนมีให้ความเห็นที่ต่างกันต่อแนวนโยบายของจีนในเขตปกครองซินเจียง
“คนฟังที่เป็นคนจีนเชื้อสายฮั่นคนจำนวนไม่น้อย ซึ่งเคยไม่เชื่อว่ามีค่ายเหล่านี้จริง รู้สึกร่วมไปกับคำกล่าวเรื่องราวชีวิตจากปากชาวอุยกูร์รวมทั้งเข้าใจท้ายที่สุดว่ามีเรื่องเหี้ยมโหดเพียงใดเกิดขึ้น นี่บางทีอาจเป็นความสำเร็จสูงสุดของกรุ๊ปพูดคุยนี้” ฟรานซิส ซึ่งเป็นเป็นนักทำหนังคนจีนเชื้อสายฮั่นที่อาศัยอยู่ในนครลอสแอนเจลิส กล่าว
ข้อหนักใจ
ช่วงเวลาที่แอปฯ ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆแต่ก็เริ่มมีความกังวลใจเยอะขึ้นเหมือนกันโดยคนวิจารณ์ว่าไม่มีมาตรการควบคุมผู้เข้าร่วมบทพูด
เมื่อเดือน ธันวาคม เครก เจนรับประทานส์ เขียนเนื้อหาบทความลงในเว็บวัลเชอร์ (Vulture) ว่า ถ้าหากผู้ที่สร้างกรุ๊ปรวมทั้งรอควบคุมบทพูดไม่ระวัง การเสวนาก็บางทีอาจเปลี่ยนเป็นการจู่โจมกันและกันได้
เขาบอกอีกว่า จะต้องรอดูกันถัดไปว่าคนแค่พอใจแอปพลิเคชัน ที่ในระดับหนึ่งก็ไม่แตกต่างจากการเลียนแบบประสบการณ์การแชตออนไลน์กับคนแปลกหน้าในสมัยทศวรรษ 90 เพียงแต่เพราะในช่วงเวลานี้เราจะต้องอยู่กับบ้านรวมทั้งรู้สึกเหงาหงอยหรือเปล่า
Clubhouse ในไทย
แอปพลิเคชันนี้กำลังได้รับความนิยมในหมู่คนไทยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเหมือนกัน ในรอบอาทิตย์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมามีผู้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ครวมทั้ง “อินฟลูเอนเซอร์” ในโลกออนไลน์คนจำนวนไม่น้อยโพสต์เนื้อความชี้แจงประสบการณ์การร่วมหรือเป็นเจ้าภาพ (โฮสต์) การคุยกันในหัวข้อต่างๆในคลับเฮาส์ ได้แก่ สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระ เปิดห้องสนทนาหัวข้อ “แนวทางเปลี่ยนใจกองเชียร์ทหาร” รวมทั้ง ปวิน รุ่งเรืองพงศ์พันธ์ นักวิชาการรวมทั้งผู้ลี้ภัยทางการเมือง เปิดห้องสนทนาเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์รวมทั้งพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10
นักการเมือง นักวิชาการ นักวิพากษ์วิจารณ์รวมทั้งสื่อมวลชนที่เป็นที่รู้จักเยอะมากๆขึ้นเรื่อยๆต่างก็ดาวน์โหลดคลับเฮาส์มาใช้รวมทั้งร่วมการคุยกัน
เมื่อเร็วๆนี้ยังมีผู้ตั้งบัญชีทวิตเตอร์ @ClubhouseTh ซึ่งไม่ได้เป็นบัญชีทางการของแอปพลิเคชัน เพื่อเป็นช่องทางให้บรรดาเจ้าภาพห้องสนทนาคลับเฮาส์ โฆษณาห้องสนทนาของตัวเอง ซึ่งปรากฏว่ามีการโฆษณาห้องสนทนาในหัวข้อที่นานาประการ ตั้งแต่เรื่องคำศัพท์ภาษาอังกฤษ การบ้านการเมืองในภรรยานมา แชร์ประสบการณ์เลวสำหรับในการดำเนินงาน ไปจนถึงเรื่องดูดวงรวมทั้งไสยศาสตร์
ทวิตเตอร์ @ClubhouseTh ยังให้ข้อมูลเหตุว่าห้องสนทนาของ ดร.ปวิน เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 ตอนวันที่ 16 กุมภาพันธ์ “สร้างปรากฏการณ์ใหม่กับการนำห้องคลับเฮาส์เต็มถึง 2 ห้องๆละ 6 พันคน ยอดฟังกว่า 1.2 หมื่นคน”