• อาทิตย์. ก.ค. 3rd, 2022

เว็บดูหนังผ่านมือถือ tablet คอมที่ดูฟรี พร้อมแนะนำหนังใหม่

แนะนำแหล่งดูหนังใหม่ “เว็บดูหนังออนไลน์” แบบถูกลิขสิทธิ์ จ่ายรายเดือนไม่แพง แถมฝ. … ในยุคที่ทุกๆอย่างนั้นเป็นอิเล็กทรอนิกส์ การเติบโตของเทคโนโลยีมีมากเพิ่มขึ้น … ผ่านออนไลน์ด้วย Smart Phone, Smart TV เว็บดูหนังผ่านมือถือ Tablet

‘วันงดเว้นสูบบุหรี่โลก’ 31 พฤษภาคม เปิดเผยยุคโควิดชาวไทยดูดลดลง 49.12%

ByPenny Carroll

มิ.ย. 2, 2021

“วันงดสูบบุหรี่โลก” ตรงกับวันที่ 31 เดือนพฤษภาคมของทุกปี ชักชวนเช็คสถิติต่างๆเกี่ยวกับเหตุการณ์การสูบ “บุหรี่” ในประเทศไทย โดยยิ่งไปกว่านั้นในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 รอบใหม่ พบว่าแรงงานไทยบริโภคยาสูบลดลง 49.12%

เนื่องใน “วันงดสูบบุหรี่โลก” ที่ตรงกับวันที่ 31 เดือนพฤษภาคมของทุกปี ชักชวนชาวไทยมารู้จะสถิติต่างๆเกี่ยวกับเหตุการณ์ “บุหรี่” ไม่ว่าจะเป็นปริมาณนักสูบ ปริมาณการบริโภคยาสูบในประเทศไทย และก็ปัจจุบัน.. จะพาไปดูผลจากการสำรวจการสูบบุหรี่กรุ๊ปแรงงานในช่วงโควิด-19 ระบาด กรุงเทวดาธุรกิจออนไลน์ เก็บข้อมูลมาให้ทราบกัน ดังนี้

1. ชาวไทยสูบบุหรี่ลดลง ช่วง “โควิด-19” ระบาด ปี 2564
มีข้อมูลอัพเดทจากหน่วยงานวิจัยและก็จัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) เปิดเผยว่า ศจย. ร่วมกับ “สวนดุสิตโพล” ได้ทำการตรวจเรื่อง “พฤติกรรมด้านการบริโภคยาสูบของกลุ่มผู้ใช้แรงงานในช่วงเหตุการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19” ในกรุงเทพมหานคร และก็บริเวณรอบๆ เมื่อม.ย. พ.ศ.2564
โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ ผู้ใช้แรงงานนอกระบบ/ในระบบ ปริมาณ 1,120 แบบอย่าง (ได้แก่ มอเตอร์ไซด์รับจ้าง แท็กซี่ งานบ้าน เกษตร ประมง โรงงานอุตสาหกรรม อพาร์เม้นท์ ห้างร้าน)

ผลของการสำรวจพฤติกรรมด้านการบริโภคยาสูบในช่วงเหตุการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 รอบใหม่ พบว่า

• ผู้ใช้แรงงานที่บริโภคยาสูบในปริมาณลดลง เนื่องจากรายได้ลดลงสูงที่สุด ร้อยละ 49.12

• รองลงมาคือ ลดบุหรี่เนื่องจากว่ามีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ร้อยละ 29.57

• ชั้นสามคือลดบุหรี่เพื่อต้องการดูแลสุขภาพ ร้อยละ 16.29 เป็นลำดับ
โดยความถี่สำหรับเพื่อการบริโภคยาสูบ พบว่า กลุ่มผู้ใช้แรงงานบริโภคยาสูบสูงที่สุด 6-10 มวนต่อวัน, รองลงมาชั้นสอง คือ 11-15 มวนต่อวัน ส่วนชั้นสาม คือ 1-5 มวนต่อวัน
ด้าน “กรรมวิธีเลิกบริโภคยาสูบ” ที่กลุ่มผู้ใช้แรงงานได้คิดแผนไว้ ผลจากการสำรวจพบว่า โดยมากใช้แนวทางลดปริมาณมวนบุหรี่ลง สูงที่สุด ร้อยละ 57.63 รองลงมาคือหยุดสูบทันที (หักดิบ) ร้อยละ 34.41 และก็รับคำชี้แนะเพื่อเลิกบุหรี่ ร้อยละ 3.39

2. สถิติการบริโภคยาสูบของชาวไทย ปี 2563
สภาพัฒน์ฯ รายงานเหตุการณ์ดื่มสุราและก็สูบบุหรี่ เมื่อช่วงไตรมาส 3 ในปี 2563 บอกว่า ชาวไทยบริโภคสุราและก็ยาสูบลดลง 5.5% โดยสุราลดลง 7.5% ยาสูบลดลง 2.5%
ด้านคณะกรรมการควบคุมสินค้ายาสูบแห่งชาติ และก็เลขาการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เปิดเผยว่า ยาสูบและก็สุราเป็นต้นเหตุของ “ภาระหน้าที่โรค” สร้างการสิ้นไปทางสุขภาพจากการเจ็บป่วยและก็เสียชีวิตของชาวไทยถึง 15.13% หรือแทบ 1 ใน 6 ของภาระหน้าที่โรคทั้งผองในปี 2557
นอกจากนี้ยังส่งผลลบต่อร่างกาย เศรษฐกิจ และก็สังคม อีกทั้งระดับครอบครัว ชุมชน และก็ประเทศ เป็นปัญหาในการประสบความสำเร็จการพัฒนาที่จีรังยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (อ่านเพิ่ม : สภาพัฒน์ฯ เปิดเผยไตรมาส 3/63 ชาวไทยดื่มเหล้า สูบบุหรี่ลดลง)

3. สถิติปริมาณนักสูบ พบว่าลดลงแต่ไม่มากมาย
ด้านสำนักงานสถิติแห่งชาติ มีรายงานการกระทำการสูบบุหรี่และก็การดื่มสุราของประชากร พ.ศ. 2560 (ข้อมูลปัจจุบันมีถึงปี 2560 แค่นั้น) โดยบอกว่าประชากรไทยที่มีอายุ 15 ปี มีทั้งผอง 55.9 ล้านคน เป็นผู้ที่สูบบุหรี่หน้าใหม่ 10.7 ล้านคน (ร้อยละ 19.1) แยกเป็น
• ผู้ที่สูบเป็นประจำ 9.4 ล้านคน (ร้อยละ 16.8)
• ผู้ที่สูบนานๆครั้ง 1.3 ล้านคน (ร้อยละ 2.3)
– ประชากรกรุ๊ปเยาวชนอายุ 16-19 ปี มีอัตราการสูบบุหรี่ต่ำสุด ร้อยละ 9.7
– ประชากรอายุ 20-24 ปี อัตราการสูบบุหรี่ ร้อยละ 20.7
– ประชากรอายุ 25-44 ปี มีอัตราการสูบบุหรี่สูงสุด ร้อยละ 21.9
– ประชากรอายุ 45-59 ปี อัตราการสูบบุหรี่ ร้อยละ 19.1
– ประชากรกรุ๊ปคนแก่ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) อัตราการสูบบุหรี่ ร้อยละ 14.4
แนวโน้มการสูบบุหรี่ในประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป ลดลงไม่มากมาย แต่ลดลงอย่างสม่ำเสมอ จากร้อยละ 20.7 ในปี 2557 เป็นร้อยละ 19.9 ในปี 2558 และก็ร้อยละ 19.1 ในปี 2560
เพศชายที่สูบบุหรี่ลดลงมากกว่าสตรี โดยเพศชายลดลง ร้อยละ 40.5 ในปี 2557 เป็นร้อยละ 39.3 ในปี 2558 และก็ร้อยละ 37.7 ในปี 2560 สำหรับสตรีลดลงจากร้อยละ 2.2 ในปี 2557 เป็นร้อยละ 1.8 ในปี 2558 และก็ร้อยละ 1.7 ในปี 2560
ทั้ง มีข้อมูลที่ได้รับมาจากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาหัวหน้า ได้ทำรายงานตรวจต้นเหตุการตายจากบุหรี่ในปี 2560 ก่อนหน้านี้ พบว่า ชาวไทยเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ 72,656 ราย ก่อให้เกิดค่าสูญเสียด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ ค่าพยาบาลปีละ 77,626 ล้านบาท ค่าขาดรายได้จากการเจ็บป่วย 11,762 ล้านบาท ค่าการสิ้นไปจากการตายก่อนวัยฯ 131,073 ล้าน รวมยอดปีละ 220,461 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 20,565 บาท ต่อผู้สูบบุหรี่ 1 คนต่อปี

buri1

4. “วันงดสูบบุหรี่โลก” 2564 รณรงค์ เลิกสูบ ลดเสี่ยง คุณทำเป็น
กระทรวงสาธารณสุข เชิญชวนพลเมืองร่วมรณรงค์วันงดสูบบุหรี่โลก 31 เดือนพฤษภาคม 2564 “เลิกสูบ ลดเสี่ยง คุณทำเป็น” เพื่อช่วยเหลือให้เลิกสูบสินค้ายาสูบทุกประเภท ลดการเสี่ยงการรับเชื้อ ลดแพร่กระจายเชื้อโควิด-19
องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดให้วันที่ 31 เดือนพฤษภาคมของทุกปี เป็น “วันงดสูบบุหรี่โลก” และก็ปีนี้ได้กำหนดประเด็นการรณรงค์ว่า “COMMIT TO QUIT” เพื่อให้ 180 ประเทศสมาชิกส่งเสริมเชิงแนวนโยบาย และก็จัดกิจกรรมเพื่อสร้างความประจักษ์แจ้งถึงพิษภัยและก็ภัยร้ายของบุหรี่ทุกประเภท ช่วยเหลือให้ผู้สูบบุหรี่ทั่วโลกเลิกบุหรี่ให้ได้ 100 ล้านคน
สำหรับประเทศไทย ได้กำหนดประเด็นเน้นติดต่อสื่อสารไปยังพลเมือง ภายใต้คำขวัญ “เลิกสูบ ลดเสี่ยง คุณทำเป็น” เนื่องจากในเหตุการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 พบว่า การกระทำการ “สูบบุหรี่” นับว่าเป็นการกระทำเสี่ยง เพิ่มโอกาสรับเชื้อหรือแพร่กระจายเชื้อโควิดได้ มีรายงานพบผู้เจ็บป่วยที่ติดโรคโควิด-19 มีประวัติการสูบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้า โดยมากมักมีสุขภาพปอดไม่แข็งแรง ทำให้มีอาการร้ายแรง และก็เสี่ยงถึงกับตายได้

กระทรวงสาธารณสุข ขอเชิญชวนผู้สูบบุหรี่หันมาเลิกบุหรี่ ซึ่งทาง สธ. ได้จัดโครงงานระบบบริการเลิกบุหรี่แบบครบวงจร ช่วยผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่เข้าถึงบริการและก็รับคำหารือ โทรฟรีสายด่วนเลิกบุหรี่ทางโทรคำศัพท์แห่งชาติ โทร.1600
———————–
อ้างอิง :
หน่วยงานวิจัยและก็จัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ
สำนักงานสถิติแห่งชาติ1
สำนักงานสถิติแห่งชาติ2
กระทรวงสาธารณสุข