• อังคาร. ก.ค. 5th, 2022

เว็บดูหนังผ่านมือถือ tablet คอมที่ดูฟรี พร้อมแนะนำหนังใหม่

แนะนำแหล่งดูหนังใหม่ “เว็บดูหนังออนไลน์” แบบถูกลิขสิทธิ์ จ่ายรายเดือนไม่แพง แถมฝ. … ในยุคที่ทุกๆอย่างนั้นเป็นอิเล็กทรอนิกส์ การเติบโตของเทคโนโลยีมีมากเพิ่มขึ้น … ผ่านออนไลน์ด้วย Smart Phone, Smart TV เว็บดูหนังผ่านมือถือ Tablet

ลูกบิด ประสบการณ์คืนหนาวเหน็บ เกี่ยวอะไรกับ ย้ายประเทศกันเถอะ

ByPenny Carroll

พ.ค. 6, 2021

ย้ายประเทศกันเถอะ ยังเป็นกระแสร้อนในโลกโซเชียล นอกจากถูกวิพากษ์วิจารณ์ในหลายแง่มุม ล่าสุดยังเป็นที่มาของดราม่าเรื่องใหม่ “ลูกบิด”

วันที่ 4 พฤษภาคม 2564 ตลอดคืนก่อนหน้านี้ตลอดถึงวันนี้ ชาวโซเชียลคงจะเลื่อนฟีดแล้วพบมุกเกี่ยวกับ “ลูกบิด” มาบ้าง ทีแรกหลายๆคนอาจรู้สึกว่าเป็นมุกส่วนตัวหรือมุกเฉพาะกลุ่มของเพื่อนพ้องๆในเฟซบุ๊ก แต่ว่าเชื่อไหมว่าดราม่านี้เป็นความตลอดจากกระแส กลุ่มเฟซบุ๊ก “ย้ายประเทศกันเถอะ” ซึ่ง ณ เวลา 13.55 น. วันนี้ ปริมาณสมาชิกพุ่งไปถึง 6.7 แสนคน แล้ว
ด้วยความแรงของ “ย้ายประเทศกันเถอะ” ทำให้มีหลายๆคนออกมาเตือนผู้ใหญ่ที่มีอำนาจว่าอย่าละเลยประเด็นนี้ ไม่ว่าจะเป็น “สมชัย ศรีสุทธิยากร” อดีตกาลกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่คิดว่า ถ้าเกิดสมาชิกในกลุ่มนี้ เพียงแค่ 1% หรือ 10% ได้ย้ายไปยังประเทศอื่นๆจริงๆถือว่าน่าห่วง เพราะคนที่จะไปได้ต้องเป็นระดับครีมของครีม เป็นคนที่มีความสามารถจริงที่เป็นประเทศนั้นยอมรับ
ด้าน “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” แกนนำแนวร่วมระบบประชาธิปไตยต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) วิเคราะห์ว่า หนุ่มสาวรับมิได้และไม่เห็นวี่แววการเปลี่ยนแปลง ก็อาจจะอยากย้ายเพราะประเทศส่วนมากไม่เป็นแบบนี้ แต่ว่าถึงที่สุดพวกเขาจะเข้าใจตรงกันว่าไม่ใช่เรื่องง่าย และความรู้สึกนี้จะแปลงเป็นพลังหันมาสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศให้มีอนาคตเพื่อคนทุกฝ่าย มีพื้นที่ให้คนทุกกลุ่ม มีความเท่าเทียมให้คนทุกคน
แต่ว่าความเห็นที่ถูกเอ๋ยถึงเยอะที่สุด กลับมาจากฝั่งที่มีแนวความคิดทางด้านการเมืองตรงข้ามกับสมาชิกส่วนมากในกลุ่ม “ย้ายประเทศกันเถอะ” โน่นเป็น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.อานนท์ ศักดาวรวิชญ์ คุณครูประจำภาควิชาสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ซึ่งโพสต์เล่าประสบการณ์การใช้ชีวิตที่นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เกือบ 6 ปี ตอนเรียนปริญญาเอก โดยยอมรับว่าช่วงแรกมีความคิดจะไม่กลับประเทศไทย จะอยู่สหรัฐฯ ต่อ
เมื่ออยู่สหรัฐฯ ได้ครู่หนึ่ง จึงรู้ดีว่าตัวเองเป็นเพียงแค่ “ชาวเมืองชั้นสอง” พบความไม่เสมอภาคหรือการรังเกียจขยะแขยง (prejudice) หลายอย่าง เลยทราบว่าอยู่ไหนก็ปราศจากความสุขราวกับประเทศไทย
แต่ว่าเหตุการณ์ที่ทำให้คุณครูคนที่ใครๆก็รู้จักไม่อยากอยู่ต่างแดนต่อ เป็นเหตุการณ์ฝังใจในวันที่อากาศหนาวมาก…
“วันหนึ่งอากาศหนาวมาก ผมจะเข้าบ้านเช้า เลยถอดถุงมือเพื่อจับลูกกุญแจไขลูกบิดได้ถนัด เอามือเปล่าจับประตูแล้ว เพราะเหตุว่าหนาวเย็นจัดมาก มือเปล่าๆเลยกำเนิดน้ำแข็งเกาะติดกับลูกบิดประตู ผมจำต้องก้มเอาลมปากร้อนๆเป่ามือจนถึงเอามือออกจากลูกบิด…” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.อานนท์ เล่า

pp2
จุดพลิกผันนี้เองที่ทำให้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.อานนท์ กำเนิดปริศนาในใจว่า จะอยู่ทรมาทรกรรมเป็นชาวเมืองชั้นสามชั้นสี่ ในที่ที่ไม่ใช่ถิ่นฐานบ้านช่องเพราะเหตุไร? วินาทีนั้นจึงตกลงใจว่าจำต้องกลับมารับใช้กองทัพบ้านเรือน
“ชาติบ้านเมืองของเรา บางทีก็อาจจะวุ่นวายไปบ้าง มีความผิดใจกัน มีคนชั่ว มีนักการเมืองเลวทราม มีราษฎรเลวทรามและเห็นแก่ตัว มีต่างชาติเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในประเทศ มีการกลั่นแกล้งทำร้ายกัน แต่ว่าถ้าหากเราตั้งมั่นสำหรับในการทำความดีเพื่อชาติบ้านเมือง ผมเชื่อมั่นว่าแล้วความดีความชอบจะคุ้มครองปกป้องเรา อยู่ไหน ทำเพื่อผู้ใดกันก็ไม่พอๆกับทำให้แผ่นดินกำเนิด”
ก่อนปิดท้ายการโพสต์เล่าประสบการณ์ไม่ดีกับลูกบิดว่า ฝากให้คนชังชาติที่คิดจะไปอยู่บ้านเรือนอื่น ชาติอื่น แล้วสักวันคุณจะเข้าดวงใจ เอาเป็นว่า ขออำนวยพรให้พวกที่อยากไป ได้ไป ได้พบกับข้อเท็จจริง ขอให้รีบๆไปเลยนะครับ ขออำนวยพรให้โชคดี ได้เข้าใจชีวิตจริงๆมิได้เหนี่ยวรั้ง มิได้ไล่ อำนวยพรให้ควรรีบไปให้เร็วสมใจอยากปรารถนาควรทุกอย่าง
ท้ายที่สุดเรื่องเล่าของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.อานนท์ ได้แปลงเป็นไวรัลในโซเชียล เพียงแค่ 24 ชั่วโมงข้างหลังโพสต์ มีคนกดแชร์กว่า 1 หมื่นครั้ง แสดงอารมณ์ความรู้สึกกว่า 3.1 หมื่นครั้ง และแสดงความเห็นมากกว่า 3.3 พันครั้ง
สำหรับคนที่เห็นด้วยต่างสรรเสริญที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.อานนท์ นำวิชาความรู้กลับมารับใช้กองทัพ ทั้งยังเป็นกำลังดวงใจให้สำหรับการต่อสู้เพื่อปกป้องรักษาบ้านเรือน แต่ว่าฝั่งที่ไม่เห็นด้วยถล่ม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.อานนท์ ว่า เป็นคนการศึกษาสูง เพราะอะไรจึงไม่เคยทราบว่าควรจะใส่ถุงมือจับลูกบิดตอนอากาศหนาว ในเวลาที่อีกหลายๆคนล้อเลียนว่า ถ้าเกิดไม่ใช่เพราะลูกบิด อาจจะไม่กลับมารับใช้กองทัพ และต่อมา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.อานนท์ ได้จำกัดคนที่สามารถแสดงความเห็นต่อโพสต์นี้ แล้ว
ปัจจุบัน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.อานนท์ โพสต์ถึงประเด็นนี้อีกที โดยชี้แจงว่า ตอนจะเข้าบ้าน ไขลูกกุญแจมิได้ เพราะอุณหภูมิติดลบ 20 องศาเซลเซียส เลยถอดถุงมือออก แล้วไขกุญแจลูกบิด แล้วลืมใส่ถุงมือก่อนจับลูกบิดประตู เลยทำให้มือติดลูกบิดประตู คือเรื่องธรรดา มนุษย์เราเผลอลืมกันได้
นอกจากนี้ยังพูดถึงชายคนหนึ่งว่า ทะเลาะกับคนที่อาศัยอยู่ภายในครอบครัว พอเขาปิดล็อกลูกบิดประตู กลับเอาขวานจามลูกบิดและประตูบ้านตัวเองจนถึงเหลวพังทลายยับ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่มีวุฒิภาวะ มีแต่ว่าอารมณ์ ที่สำคัญทำลายอาคารบ้านเรือนและบ้านเรือนของตนเอง
อย่างไรก็ตาม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.อานนท์ มิได้บอกว่ากล่าวเอ๋ยถึงผู้ใดกัน