• อังคาร. ก.ค. 5th, 2022

เว็บดูหนังผ่านมือถือ tablet คอมที่ดูฟรี พร้อมแนะนำหนังใหม่

แนะนำแหล่งดูหนังใหม่ “เว็บดูหนังออนไลน์” แบบถูกลิขสิทธิ์ จ่ายรายเดือนไม่แพง แถมฝ. … ในยุคที่ทุกๆอย่างนั้นเป็นอิเล็กทรอนิกส์ การเติบโตของเทคโนโลยีมีมากเพิ่มขึ้น … ผ่านออนไลน์ด้วย Smart Phone, Smart TV เว็บดูหนังผ่านมือถือ Tablet

จอมขมังเวทย์ 2020 ภาคต่อที่คอย

ByPenny Carroll

ธ.ค. 23, 2020

จอมขมังเวทย์ ภาคแรกออกฉายในปี พุทธศักราช 2548 ผลงานการดูแลของปิยะพันธ์ ยกเพ็ชร์นำแสดงโดยฉัตรชัย ส่องแสงพานิชรวมทั้งอัครา อมาตยกุล หนังแนวแอ็คชั่น ทริลเลอร์ที่ถือเอาความเลื่อมใสทางไสยเวทมาผนวกรวมกับหนังแนวสืบสวนสอบสวน เรียกได้ว่าเป็นหนังเรื่องหนึ่งที่ยังค้างอยู่ในความจำของแฟนภาพยนตร์ไทยหลายชิ้น

เกิดอะไรขึ้นในหนังภาคแรก

mark 1
ฤทธิ์ (ฉัตรชัย ส่องแสงพานิช) อดีตนายตำรวจหน่วยพิเศษเคยจับผู้ร้ายที่มีความสามารถเก่งทางอาคม หนังเหนียวฟันแทงไม่เข้ามานับไม่ถ้วน แต่ว่าตัวเขาเองกลับถูกลงโทษคดีวิสามัญผู้ร้ายกระทั่งกลายเป็นผู้ต้องขังถูกขังลืมอยู่ในเรือนจำมืดดินแดนจำจองพิเศษ
10 ปีผ่านไปฤทธิ์ได้หายตัวไปจากห้องขังแบบล่องหนได้ ทำให้พ.ท.ทศพล อดีตเพื่อนพ้องนายตำรวจได้ออกคำสั่งจับตายฤทธิ์ รวมทั้งมีคำบัญชามาถึงร้อยตรี สงบ (อัครา อมาตยกุล) ให้ตามทำคดีนี้ แต่ว่าระหว่างตามหาตัวฤทธิ์ สงบกลับเจอแต่ว่าเรื่องประหลาดเกี่ยวกับเรื่องของคุณไสยมนต์ดำ เช่นการปลุกเสกตะปูเข้าท้อง ผู้ร้ายที่คงกระพันชาตรีหนังเหนียว แต่ว่าไม่ว่าจะยากลำบากมากแค่ไหนสงบก็ไม่กลัวรวมทั้งเอาจริงเอาจังที่จะจับตัวฤทธิ์มาให้ได้ เมื่อเขารู้สึกตัวว่าตนเองบางครั้งอาจจะต้องเจอหน้ากับจอมขมังเวทย์ผู้ครอบครองอาคม วิถีทางเดียวที่จะสยบเขาให้ได้เป็นเป็นให้ “เหนือกว่าจอมขมังเวทย์”
กระทั่งผู้ชมในช่วงนั้นจดจำคำคมจากนักแสดงของฤทธิ์ได้ว่า “เอ็งอย่าบ้าราวกับเราตามใจ” ได้อย่างไม่เสื่อมคลาย

เกิดอะไรบ้างที่อยู่ใน จอมขมังเวทย์ 2020

mark 2
ท่ามกลางการสูญเสียครั้งใหญ่ของวิน(หมาก ปริญ) เด็กหนุ่มผู้มีชีวิตรอดจากเรื่องฆาตกรรมกลับต้องเปลี่ยนแปลงความเลื่อมใสรวมทั้งเลื่อมใสที่มีต่อสิ่งเหนือธรรมชาติ โดยมุ่งหน้าสู่ศาสตร์ลึกลับรวมทั้งอาคมเวทต่างๆเพื่อแสวงหารวมทั้งจัดการฆาตกรด้วยตัวเอง แต่ว่ายิ่งเขาแสวงหาตัวฆาตกรเยอะแค่ไหน เขาก็ยิ่งถลำลึกสู่ด้านมืดมากขึ้นทุกครั้ง กระทั่งทำให้ต้องเข้าไปเกี่ยวพันกับ “จอมขมังเวทในตำนาน” (นก ฉัตรชัย), “ผู้คลั่งพลังทำลายล้าง” (ก๊อต จิรายุ) รวมทั้ง “เจ้าลัทธิใหม่แห่งยุค” (นก สินจัย) ซึ่งล้วนแต่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมด้วยกันทั้งหมดทั้งปวง นี่เป็นการประจันหน้ากันครั้งสำคัญ ที่มีเลื่อมใสแห่งตัวตนเป็นเดิมพันรวมทั้งอาคมปาฏิหาริย์เป็นตัวชี้ชะตา กำลังปะทุถึงระดับสูงสุด

นี่เป็นหนังภาคต่อ! ไม่ใช่รีเมค หรือรีบูต

mark 3
สำหรับเพศผู้ควบคุมต้อม-ปิยะประเภท ยกเพ็ชร์ ที่ควบคุมหนังภาคแรก ได้กล่าวว่าจอมขมังเวทย์ 2020 ไม่ใช่หนังรีเมค ไม่ใช่หนังย้อนอดีต เป็นหนังต่อภาคอย่างแท้จริง ซึ่งเขาได้รับโอกาสในการกลับมาแต่งเรื่องราวในโลกอาคมอีกครั้งโดยกลายเป็นผลึกเรื่องราวความเลื่อมใส ความเชื่อถือ รวมทั้งมุมมองด้านสังคมในแต่ละยุคที่ส่งต่อรวมทั้งเชื่อมโยงถึงกันมาใส่ไว้ด้านในบทภาพยนตร์
ในมุมมองที่น่าดึงดูดของเพศผู้ควบคุมที่สะท้อนออกมาว่า “ภาคต่อกับช่วงเวลา” ถือเป็นแนวคิดที่สำคัญไม่น้อย เหตุเพราะเดี๋ยวนี้แนวคิดหัวข้อการต่อสู้ระหว่างคุณความดีกับความต่ำช้านั้น มุมมองของมนุษย์ก็เริ่มมีความแตกต่างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงปัจจุบันที่เทคโนโลยีก้าวเข้ามามีหน้าที่กับความนึกคิด ความเลื่อมใสรวมทั้งความเชื่อถือของมนุษย์จึงเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ผู้กำกับจึงเริ่มตั้งปัญหาที่ว่า “ยุคนี้เขาเลื่อมใสอะไรรวมทั้งยุคก่อนเลื่อมใสอะไร” กระทั่งเขาได้ไอเดียที่ว่าด้วยความแตกต่างระหว่างความเลื่อมใสของคนต่างช่วงนำมาสู่ประเด็นอะไรได้บ้าง
“ความนึกคิดของการประจันหน้ากันเรื่องความเลื่อมใสของตัวเอง บางอย่างพวกเรามีความรู้สึกว่ามันงี่เง่า แต่ว่าในความเป็นจริงแล้วมันอยู่ใกล้ๆรอบข้างพวกเราหมดเลย พวกเราห้อยพระ พวกเราไปไหว้พระ เพื่อให้เรารู้สึกว่าพวกเรามีกำลัง พวกเรามีเลื่อมใสในตนเองขึ้น อดีตพวกเราไปกราบไหว้ แต่ว่าในปัจจุบันมันหมายถึงเรื่องจิตวิญญาณ เรื่องอำนาจจิต เรื่องพลังจักรวาลอะไรอย่างงี้ อันนี้เป็นคอนเซปต์ที่พวกเราเอ่ยถึงความเลื่อมใสของคนสองยุคมาเจอะกัน พวกเราจะเชื่ออะไรมากยิ่งกว่ากัน ซึ่งมันก็จะเป็นเรื่องราวรวมทั้งกรรมวิธีของจอมขมังเวทแต่ละคนที่จะใช้ศาสตร์อาคม คาถา ไสยเวทต่างๆมาต่อสู้กันตามความเลื่อมใสรวมทั้งเลื่อมใสของแต่ละคนเอง” ต้อม-ปิยะประเภท ยกเพ็ชร์ กล่าว

เพราะอะไรต้องใช้ดาราหนังเบอร์ใหญ่ขนาดนี้
“จอมขมังเวทย์ 2020” เป็นการก้าวเข้าสู่โลกอาคมครั้งใหม่รวมทั้งเจอหน้าครั้งยิ่งใหญ่ของ “เหล่าจอมขมังเวท” หลากหลายคาแร็กเตอร์เช่นนี้ “ความศักดิ์สิทธิ์ทางการแสดง” จึงเป็นอีกหนึ่งส่วนประกอบสำคัญที่ผู้กำกับต้องโฟกัสเป็นพิเศษไม่แพ้ด้านอื่นๆรวมทั้งได้คัดเลือก “กลุ่มดาราหนังขมังเวท” ซึ่งทีมงานตัดสินใจใช้ดาราหนังระดับแถวหน้าของวงการสำราญใจไทย ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นจอหนังใหญ่ครั้งแรกของ หมาก-ปริญ สุภารัตน์ การกลับมารับหน้าที่เดิมจากภาคที่แล้วของนก-ฉัตรชัย ส่องแสงพานิช ก๊อต-จิรายุ ตันตระกูล กับบทชายหนุ่มที่คลั่งไคล้ในศาสตร์มืด นก-สินจัย เปล่งพานิช กับการคืนจอใหญ่ในบทเจ้าแม่ลัทธิ! รวมถึงดาราหนังเลือดใหม่เช่น คิทตี้-ชิชา อมาตยกุล รวมทั้ง แพร์-พิชชาภา พันธุมจินดา โดยเหตุผลสำคัญที่สุดในการใช้ศิลปินเบอร์เต็งขนาดนี้ก็เนื่องจาก หนังปรารถนาฝีมือทางด้านการแสดงที่จะต้องบาดใจอารมณ์กัน เหตุเพราะทุกนักแสดงมีความสลับซับซ้อน น่าคลั่งไคล้รวมทั้งเป็นตัวละครที่มีความทะยานอยากทุกตัว
นอกเหนือจากดาราหนังเบอร์ใหญ่แล้ว งานแนวทางพิเศษรวมทั้งฉากแอ็คชั่นในหนังประเด็นนี้จัดเต็มรวมทั้งอัดแน่นไม่แพ้กัน ซึ่งบรรดาฉากต่อสู้ปล่อยพลังทางไสยศาสตร์ย์นั้น เรียกได้ว่าเป็นฉากที่ผู้ชมภาพยนตร์ไทยในปี 2019 จำเป็นที่จะต้องจดจำอย่างแน่แท้!