• ศุกร์. ก.ค. 1st, 2022

เว็บดูหนังผ่านมือถือ tablet คอมที่ดูฟรี พร้อมแนะนำหนังใหม่

แนะนำแหล่งดูหนังใหม่ “เว็บดูหนังออนไลน์” แบบถูกลิขสิทธิ์ จ่ายรายเดือนไม่แพง แถมฝ. … ในยุคที่ทุกๆอย่างนั้นเป็นอิเล็กทรอนิกส์ การเติบโตของเทคโนโลยีมีมากเพิ่มขึ้น … ผ่านออนไลน์ด้วย Smart Phone, Smart TV เว็บดูหนังผ่านมือถือ Tablet

กปปส. : 3 รมต. ในรัฐบาลประยุทธ์ พ้นตำแหน่งโดยทันที หลังศาลสั่งจำคุกคดี กปปส. แต่หลุดข้อกล่าวหากบฏ

ByPenny Carroll

ก.พ. 26, 2021

ศาลอาญาพิพากษาติดตะรางแกนนำกรุ๊ปที่เรียกตัวเองว่า “คณะกรรมการราษฎรเพื่อความเคลื่อนไหวปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นระบบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นกษัตริย์” (กปปส.) ตั้งแต่ 4 เดือน ถึง 9 ปีเศษ โดยมี 3 รัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อำเภอ ประยุทธ์ จันทร์อร่อย ถูกพิพากษาติดตะรางด้วย รวมทั้งจะต้องหลุดจากตำแหน่งโดยทันที เพราะขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ

วันนี้ (24 ก.พ.) ศาลอาญา ถนนรัชดา นัดฟังคำตัดสินคดีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. กับพวกรวม 39 คน เป็นเชลยในความผิดพลาดฐานร่วมกันเป็นกบฏ ก่อให้เกิดเหตุร้าย ทำลายระบอบการปกครอง มั่วรวมกันก่อความโกลาหลในบ้านเมืองฯ รวมทั้งข้อหาอื่นๆจากการรวมกันด้านการเมืองเมื่อ 7 ปีที่แล้ว
เฉพาะนายสุเทพ รวมทั้งนายรวมพล จุลใส ส.ส.จังหวัดชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ตกเป็นเชลยคดีก่อการร้ายโดยการใช้
คดีนี้อัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นสำนวนฟ้องแกนนำ 9 คนนำโดยนายสุเทพต่อศาลอาญา รวมทั้งต่อมาฟ้องเพิ่มเติม 30 คน รวมเป็น 39 คน ตอนวันที่ 24 มกราคม 2561 เชลยทั้งหมดทั้งปวงให้การปฏิเสธรวมทั้งได้รับการประกันตัวระหว่างต่อสู้คดีทุกคน

sutrep2
อ่านคำตัดสินกว่า 7 ชั่วโมง

ศาลใช้เวลากว่า 7 ชม. สำหรับเพื่อการอ่านพิพากษา โดยมีเนื้อหา ดังนี้
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ติดตะราง 5 ปี
นายรวมพล จุลใส ติดตะราง 9 ปี 24 เดือน
นายพุทธิดงษ์ ปุณณตัด ติดตะราง 7 ปี
นายอิสสระ สมชัย ติดตะราง 7 ปี 16 เดือน
นายวิทยา แก้วภราดัย ติดตะราง 1 ปี รอคอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
นายถาวร เสนเนียม ติดตะราง 5 ปี
นายณัฏฐพล หนปทอง ติดตะราง 6 ปี 16 เดือน
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ติดตะราง 1 ปี รอคอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
สำหรับเชลยรายอื่นๆที่จะต้องคำตัดสินติดตะรางในคดีเดียวกัน มี
นางสาว อัญชะลี ข้าศึกรัก ติดตะราง 1 ปี รอคอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
นายสมเกียรติ ดงษ์ไพบูลย์ ติดตะราง 1 ปี รอคอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
นายถนอม อ่อนเกตุพล ติดตะราง 1 ปี รอคอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ติดตะราง 3 ปี
นายสุวิทย์ ทองคำวิเศษ หรือพระพุทธอิสระ ติดตะราง 4 ปี 8 เดือน
นายสาธิต เซกัลป์ ติดตะราง 2 ปี รองลงอาญา ปรับ 26,666 บาท
พล.อำเภอท. วัชระ ฤทธิ์คนี ติดตะราง 1 ปี รอคอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
พล.ร้อยเอก ชัย ทองภาพ ติดตะราง 1 ปี รอคอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
ร.ต. แซมดิน ยอดเยี่ยมบุศย์ ติดตะราง 4 ปี 16 เดือน
นายมั่นแม่น กะการดี ติดตะราง 1 ปี รอคอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
นายคมสัน ทองคำศรี ติดตะราง 2 ปี
นายสาวิทย์ แก้วหวาน ติดตะราง 2 ปี
นายสุริยะใส กตะหินผา ติดตะราง 2 ปี
นายสำราญ รอดเพชร ติดตะราง 2 ปี 16 เดือน
นายอมร อมรรัตนานนท์ ติดตะราง 20 เดือน
นายพิเชษฐ พัฒนโชติ ติดตะราง 1 ปี รอคอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
นายกิตติเตียนชัย ใสสะอาด ติดตะราง 4 เดือน รอคอยลงอาญา ปรับ 6,666 บาท
นางทยา หนปทอง ติดตะราง 1 ปี 8 เดือน รอคอยลงอาญา ปรับ 26,666 บาท

3 รัฐมนตรี พ้นตำแหน่ง

ผลจากคำตัดสินศาลวันนี้ ทำให้ 3 รัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อำเภอ ประยุทธ์ อาทิเช่น นายณัฏฐพล หนปทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายพุทธิดงษ์ ปุณณตัด รัฐมนตรีว่าการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจรวมทั้งสังคม รวมทั้งนายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม จะต้องพ้นจากตำแหน่งในรัฐบาลโดยทันที เพราะความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตาม 160(7) รวมทั้งมาตรา 170(4) ของรัฐธรรมนูญ แม้คดียังไม่ถึงที่สุดก็ตาม ซึ่งนายวิษณุ เครือสวย รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ออกมาการันตีในหัวข้อนี้
ส่วนกรณีของ ส.ส. มีการพินิจพิจารณากันในหมู่นักการเมืองว่าถ้าหากยึดตามบรรทัดฐานคดีนายเทพไท เสนวงศ์วาน อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) สถานภาพของพวกเขาจะต้องสิ้นสุดลงตามมาตรา 98(6), 101(6) ถ้าหากจะต้องคำตัดสินให้ติดตะรางและไม่ได้รับการประกันตัว

ตัดสิทธิการบ้านการเมือง 7 คน

แต่สำหรับนายณัฏฐพล หนปทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร., นายรวมพล จุลใส ส.ส.จังหวัดชุมพร ปชป. รวมทั้งนายอิสสระ สมชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป. จะต้องหลุดจากสภา เนื่องด้วยศาลอาญายังสั่งยกเลิกสิทธิด้านการเมืองของพวกเขาตรงเวลา 5 ปี ซึ่งนอกจากเชลย 3 คนนี้ ยังมีคำบัญชายกเลิกสิทธิการบ้านการเมืองของนายสุวิทย์ ทองคำวิเศษ, ร.ต. แซมดิน ยอดเยี่ยมบุศย์, นายสำราญ รอดเพชร รวมทั้งนางทยา หนปทอง ซึ่งมีกระแสข่าวว่าสนใจลงชิงเก้าอี้ข้าหลวงประจำจังหวัด กรุงเทพมหานคร ด้วย
อย่างไรก็ดีในข้อหากบฏ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 ศาลวิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วมีความเห็นว่า ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยได้แก่การใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มุ่งหมายรัฐบาลลาออก ให้มีการปฏิรูปเพื่อขจัดปัญหาประเทศก่อนออกเสียง จึงไม่มีลักษณะทำลายการปกครองตามรัฐธรรมนูญ โดยที่คำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันทุกหน่วยงาน วินิจฉัยแล้วไม่มีเจตนาความผิดพลาดฐานกบฏ

ที่มาของภาพ,THAI NEWS PIX
คำบรรยายภาพ,
อดีตแกนนำ กปปส. เดินทางมาถึงศาลอาญาเพื่อฟังคำพิพากษา

sutrep3

“อะไรจะเกิดก็จะต้องเกิด”

ก่อนเข้าไปในห้องพิจารณาคดีเพื่อรับฟังคำตัดสิน นายสุเทพพูดว่า “อะไรจะเกิดก็จะต้องเกิด” โดยบอกว่าเชลยอีกทั้ง 39 คนได้เสวนากัน รวมทั้งทำใจไว้แล้วไม่ว่าผลคำตัดสินจะออกมายังไง แต่ย้ำว่าการต่อสู้ของพวกเขาเป็นการต่อสู้เพื่อชาติบ้านเมือง ยึดมั่นการกระทำที่รับผิดชอบ ไม่ได้ปรารถนาฝ่าฝืนกฎหมาย นับถือข้อบังคับในกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งน่าชื่นใจมากมายทุกกรณีทุกจังหวัดที่แนวร่วม กปปส. ถูกฟ้องร้อง ไม่มีผู้ใดหลบซ่อนคดี
ช่วงเวลาที่บรรยากาศที่ศาลอาญา ถนนรัชดา มีราษฎรเดินทางมาให้กำลังใจเชลยอีกทั้ง 39 คน ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้นโดยรอบพื้นที่ศาล
• “ม็อบนกหวีด” กับ 4 เรื่องข้างหลัง กปปส.
• สุเทพ: “สิ่งที่เยี่ยมที่สุดภายใต้ความน่าจะเป็นเป็น พล.อำเภอประยุทธ์”
• วันเกิดครบรอบ 68 ปีกับ 4 ตำนานการบ้านการเมืองของ “กำนันสุเทพ”
• สุเทพ-ทักษิณ ครบ 70 ปี พวกเขาจะอยู่สำหรับเพื่อการประเทศไทยไปอีกนานมากแค่ไหน
กปปส. นำโดยนายสุเทพจัดการรวมกันเป็นครั้งแรกตอนวันที่ 31 ตุลาคม 2556 บริเวณ ถนนเลาะสถานีรถไฟสามเสน จังหวัดกรุงเทพมหานคร เพื่อต้านทานการช่วยส่งเสริมร่างพระราชบัญญัติ (พระราชบัญญัติ) นิรโทษกรรม “ฉบับสุดซอกซอย” ของรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ เคยชินความประพฤติ เปลี่ยนเป็นจุดเริ่มแรกของการรวมกันบนถนนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การบ้านการเมืองไทยที่ลากยาวตรงเวลา 204 วัน ก่อนที่จะจบในวันที่ 22 เดือนพฤษภาคม 2557 เมื่อ พล.อำเภอ ประยุทธ์ จันทร์อร่อย นำภาควิชารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติยึดอำนาจ
สำหรับพฤติการณ์ความผิดพลาดที่อัยการเล่าในคำฟ้อง สรุปสาระสำคัญได้ว่า
• ก่อตั้งคณะบุคคลที่ใช้ชื่อว่า กปปส.
• ร่วมกันมั่ว เป็นอั้งยี่ ถ้ำโจร ก่อตั้งกองกำลัง แบ่งภาระหน้าที่กันทำก่อความผิดพลาดต่อความยั่งยืนมั่นคงของเมืองด้านในราชอาณาจักร
• ยุยงปลุกระดมให้ราษฎรทั่วทั้งประเทศเอาใจออกห่าง ร่วมรวมกันไล่ นางสาว ยิ่งลักษณ์ เคยชินความประพฤติ นายกฯ (ในขณะนั้น) ให้ออกจากตำแหน่ง
• กีดกั้นการเลือกตั้ง ส.ส. เพื่อไม่ให้นายกฯ รวมทั้ง คณะรัฐมนตรี ชุดใหม่เข้าบริหารประเทศ
• ให้เจ้าหน้าที่รัฐระดับค่อนข้างสูงรายงานตัวกับกรุ๊ป กปปส.
• แต่งคณะบุคคลเข้าบริหารประเทศเป็น “รัฐบาลราษฎร” เป็นรัฏฐาธิปัตย์ ซึ่งจะสั่งการแต่งนายกฯ รวมทั้ง คณะรัฐมนตรี โดยจะนำรายชื่อขึ้นกราบบังคมทูลฯ เอง
• ก่อตั้งกองกำลังส่วนหนึ่งพร้อมอาวุธเข้าไปบุกยึดสถานที่ราชการรวมทั้งหน่วยงานสำคัญหลายที่ เพื่อไม่ให้รัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินได้
• ปิดกั้นกีดกั้นทางคมนาคมขนส่งส่งผลให้ราษฎรได้รับความเดือดร้อน
• ปิดจังหวัดกรุงเทพมหานคร ด้วยการตั้งเวทีทักทาย 7 จุดทั่วจังหวัดกรุงเทพมหานคร ปิดกั้นเส้นทางการจราจร ก่อตั้งกองกำลังรักษาพื้นที่ วางเครื่องขัดขวาง ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวพัน

กรุ๊ปผู้สนับสนุนมาให้กำลังใจผู้ต้องหาคดีกบฏ กปปส. ที่หน้าศาลอาญา

ศาลไม่ให้ประกัน เข้าเรือนจำโดยทันที 8 คน

เมื่อเวลา 19.34 น. นายสกลธี ภัททิยกุล อดีตแกนนำ ปปปส. ปัจจุบันครอบครองตำแหน่ง รองข้าหลวงประจำจังหวัดจังหวัดกรุงเทพมหานคร โพสต์ทางบัญชีเฟซบุ๊กว่า “กำนัน พี่ตั้น พี่บี พี่ลูกหมี พี่ถาวร ไม่ได้ประกันตัวครับ ???” ซึ่งหมายถึง
• นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
• นายณัฏฐพล หนปทอง
• นายพุทธิดงษ์ ปุณณตัด
• นายรวมพล จุลใส
• นายถาวร เสนเนียม
ส่วนอีก 3 คน อาทิเช่น
• นายสุวิทย์ ทองคำวิเศษ หรือพระพุทธอิสระ
• ร.ต. แซมดิน ยอดเยี่ยมบุศย์
• นายอิสสระ สมชัย
sutrep4
ที่มาของภาพ,THAI NEWS PIX
คำบรรยายภาพ,
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในห้องกักที่ศาลอาญา หลังคำพิพากษา แปลงชุดเป็นเสื้อเหลืองเพื่อรอคอยส่งไปเรือนจำ
ราว 20.30 น. นักโทษอีกทั้ง 8 คน ถูกนำตัวจากศาลอาญาขึ้นรถกักของเรือนจำไปติดตะรางที่เรือนจำพิเศษจังหวัดกรุงเทพมหานคร โดยมีราษฎรปริมาณหนึ่งเดินทางมาส่ง พร้อมร้อง “สู้ไม่ถอย” ที่ใช้ร้องระหว่างการรวมกันปิดจังหวัดกรุงเทพมหานคร แล้วมีเสียงแผดเสียงว่า “คนชั่วหนีหมด คนดีหนีเข้าเรือนจำ คนชั่วหนีไปยังประเทศอื่นๆ ถัดไปคนไหนกันแน่จะออกมาสู้”
นางทยา หนปทอง ที่ถูกจำเรือนจำ 1 ปี 8 เดือน รอคอยลงอาญา ปรับ 26,666 บาท กล่าวกับผู้รายงานข่าวหน้าศาลในสภาพคีบไม้เท้าที่แขนทั้งสองข้างว่า ผู้ต้องโทษทั้งหมดทั้งปวงจะยื่นอุทธรณ์รวมทั้งขอประกันตัวอีกที
นอกจากคดีกบฏ กปปส. ชุดใหญ่ ยังมีคดีย่อยๆที่ถูกแยกสำนวนออกไป โดยศาลอาญาพิพากษาเมื่อ 25 กรกฎาคม 2562 ยกฟ้อง 4 แกนนำ กปปส. มี นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม, นายเสรี วงษ์มณฑา, นายโภคทรัพย์ ทรงร่ำรวยญวงศ์ รวมทั้งนายสกลธี ภัททิยกุล ในความผิดพลาดฐานร่วมกันเป็นกบฏรวมทั้งอื่นๆรวม 8 ข้อหา โดยให้เหตุผลว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบยังไม่เพียงพอฟังได้ว่าเชลยอีกทั้ง 4 กระทำผิดตามฟ้อง ต่อมาอัยการได้ยื่นอุทธรณ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์นัดอ่านคำตัดสินในวันที่ 6 เดือนพฤษภาคม